|
ปัญหาในการทำนา
|
วิธีแก้ไข
|
|
1. ดินไม่ดี
ดินทรายจัด ขาดอินทรีย์วัตถุ ขาดธาตุอาหารพืช ขาดเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ดินเค็ม
(จุลินทรีย์ เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีอยู่ทั่วไป มีทั้งเป็นประโยชน์และเป็นโทษ)
|
1. ปรับปรุงดิน โดยเพิ่มอินทรีย์วัตถุ เช่นแกลบดิบ 1-2 รถหกล้อต่อไร่ หรือ ปุ๋ยคอก 1-2 ตัน/ไร่ หรือ ฟางแห้งไร่ละ 1-2 ตัน หากข้าวมีอาการใบเหลืองหว่านปุ๋ยยูเรีย 4-5 กก.ต่อไร่ ควรใช้ ปุ๋ยปูนโดโลไมท์ 50-200 กก.+ภูไมท์* 20-100 กก. หรือปลูกโสนอัฟริกัน 7-10 กก./ไร่เป็นปุ๋ยพืชสดลวกน้ำร้อนจัด แล้วหว่าน 45-60 วันไถกลบ ดินเค็มให้ใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยชีวภาพ งดใช้ปุ๋ยเคมี
*ภูไมท์ เป็นแร่ธรรมชาติที่ช่วยจับยึดปุ๋ยไม่ให้ละลายทิ้งไป ทำให้ปุ๋ยเป็นประโยชน์ได้เต็มที่และป้องกันโรคข้าวได้
|
|
2. พันธุ์ไม่ดี
พันธุ์พื้นเมืองที่ดี ควรอนุรักษ์ไว้ เช่นข้าวกอเดียว เขาวงกาฬสินธุ์
|
2. ใช้เมล็ดพันธุ์ดี ที่เก็บถูกวิธีหรือซื้อจากหน่วยราชการแต่เก็บทำพันธุ์ต่อได้ไม่เกิน3- 4 ปีต้องซื้อใหม่เพราะจะมีข้าวปนมาก หรือต้องรู้วิธีคัดพันธุ์ข้าวเอง นาดำ 1ไร่ใช้ข้าวปลูก 4-6 กก./ไร่ นาหว่านใช้ 20-25 กก./ไร่ ข้าวที่หว่านให้แช่น้ำ 1 คืน นำมากองห่มด้วยกระสอบเปียกอีก 1 คืน แล้วนำไปหว่าน
|
|
3. ตกกล้าเร็วเกินไป หรือทำนาเร็วเกินไป
กล้าอายุเกิน 30 วันจะแตกกอน้อย ข้าวไวแสง(กข.6,มะลิ) ดำนาเร็วหรือช้าจะออกรวงพร้อมกัน แต่ดำเร็วเปลืองปุ๋ย ฟางมากเมล็ดข้าวน้อย
|
3. ตกกล้าต้นเดือน กรกฎาคม อายุกล้าที่ดำไม่ควรเกิน 30 วัน ดำนาปลายเดือนกรกฎาคม หรือต้นสิงหาคม นาหว่านก็ทำช่วงเดียวกัน อย่าเร่งปุ๋ยยูเรียใส่กล้าแม้จะงามถอนง่าย แต่อ่อนแอแมลงโรครบกวนได้ง่าย หรือให้ใช้ปุ๋ยคอกในการเตรียมแปลงกล้าหรือใช้ ร็อคฟอสเฟต(ปุ๋ยสูตร 0-3-0) 50-100 กก./ไร่ตอนเตรียมดินในแปลงกล้าหรือแปลงนา ดำนากลีบเดียวแตกกอดีที่สุด
อายุต้นข้าวนับจากปลูกถึงเกี่ยว 120-125 วัน จะให้ผลผลิตสูงสุด
|
|
4. ใส่ปุ๋ยไม่ถูกวิธี ใส่ไม่ถูกจังหวะ
ทำให้ข้าวไม่แตกกอ เมล็ดไม่เต็ม ข้าวลีบมากไม่มีน้ำหนัก
(ทำปุ๋ยให้เป็นปุ๋ยละลายช้าก่อนใช้โดย ใช้ปุ๋ย 5 กกพรมน้ำพอเปียก คลุกกับ ภูไมท์ 1 กก. หมักไว้ 1 คืน ก่อนนำไปใช้ ประหยัดปุ๋ยลงได้มาก)
|
4. ให้ใส่ปุ๋ยเคมี 2 ครั้ง ให้ถูกจังหวะ
ครั้งแรก ปุ๋ยรองพื้น นาดินทรายใช้สูตร 16-16-8 หรือ 15-15-15 อัตรา 20-25 กก. ใส่ก่อนปักดำโดยหว่านแล้ไถกลบแล้วดำ หรือใส่ในวันปักดำ (ดินเหนียว 16-20-0) นาหว่านใส่ปุ๋ย 10 วันหลังหว่านข้าว ใช้ปุ๋ยที่มีธาตุรองด้วยจะดีกว่า(มังกานีสและกำมะถัน)
ครั้งที่ 2 ปุ๋ยแต่งหน้า ใช้ปุ๋ยยูเรีย( 46-0-0) 5-10 กก.ต่อไร่ใส่ตอนข้าวท้องอ่อน ถ้าเป็น กข.6 หรือ มะลิ 105 (หรือประมาณวันที่ 20 กันยายน)
ปุ๋ยเคมีต้นทุนสูง ดินเสื่อม ควรหันมาใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมัก ต้นทุนถูกกว่าบำรุงดินดี ผลดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ต้องผลิตปุ๋ยชีวภาพเองจึงจะคุ้ม
|
|
5. มีศัตรูข้าวรบกวน มีวัชพืช
ยาฆ่าหญ้าเป็นอันตรายต่อคน สัตว์และสิ่งแวดล้อมสูงมากไม่แนะนำให้ใช้
|
5. ก่อนตกกล้าป้องกันหนอนกอโดย แช่ข้าวปลูก 12 กก. กับเครือขอฮอ(บอระเพ็ด) สดตัดเป็นท่อนสั้นตำพอแตก 2 กก 1 คืน หรือ ใช้เครือขอฮอสด 10 กก./ไร่ หว่านให้ทั่ว
หากมีหอยเชอรี่ปักไม้ล่อหอยมาวางไข่เก็บทำลายทั้งตัวและไข่ กรองน้ำเข้านา ยาเส้น ต้นและใบยาสูบ ปูนขาว ฆ่าหอยได้ กำจัดวัชพืชโดย ปลูกถั่วฮามาต้า เลี้ยงวัวไว้กินหญ้า ตามคันนา การทำนาช้าวัชพืชจะน้อยลง
|
|
6.ดินนาขาดจุลินทรีย์ธรรมชาติ
ทำให้การย่อยสลายเศษพืชไม่ดี
ถ้าใส่อินทรียวัตถุมากเกิดข้าวเหลือง ให้ใช้ปุ๋ยยูเรีย 5 กก./ไร่ แก้ได้
|
6. ใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ เช่น อีเอ็ม หรือชนิดทำเองฉีดพ่นอย่างสม่ำเสมอ หรือใช้ปุ๋ยชีวภาพ หมักแห้ง 150-200 กก./ไร่ +ปุ๋ยพืชสด+แกลบดิบ จะดีที่สุดทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี
อย่าเผาตอซังหลังเกี่ยวข้าว หว่านปุ๋ยชีวภาพไถกลบไว้ หรือลงแกลบไว้ในหน้าแล้งหว่านปุ๋ยชวีวภาพเมื่อฝนมาแล้วไถกลบ หว่านโสนอัฟริกัน 45-50 วันหว่านปุ๋ยขีวภาพไถกลบทิ้งไว้ 10 วันดำนาได้ ต้นทุนต่ำ โปรดหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีทุกชนิด
|