| ความเป็นมา |
| - กลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ เป็นกลุ่มประสบการณ์หนึ่งในหลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) ที่ได้ทำการปรับปรุง ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยการปรับโครงสร้าง เนื้อหา ให้มีงานเลือกทุกชั้น เพื่อให้ท้องถิ่นได้มีโอกาสมากขึ้น ในการพัฒนารายละเอียด และจัดทำหลักสูตรให้เหมาะสม กับความต้องการของท้องถิ่น ทั้งนี้ ในการจัดกิจกรรม การเรียนการสอน ต้องมุ่งให้ผู้เรียน มีนิสัยรักงาน เห็นประโยชน์ของการทำงาน ทำงานเป็น และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ อันจะนำไปสู่ การดำรงชีวิตที่ดี พึ่งตนเองได้ และเป็นพื้นฐาน ในการประกอบอาชีพ อย่างมีประสิทธิภาพ จากรายงาน การนิเทศ ติดตามผล ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พบว่า สภาพการจัด การเรียนการสอน กลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ ในปัจจุบัน ไม่ค่อยมีการนำเอาภูมิปัญญาในท้องถิ่น มาจัดเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอน หรือถ้านำมาจัด เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอน ก็พบว่า มีปัญหาและอุปสรรค คือ ปัญหาในด้านปราชญ์ท้องถิ่น ซึ่งอาจติดภาระ หน้าที่การงานประจำ สุขภาพไม่ดี มีความรู้ในเรื่อง กระบวนการถ่ายทอดความรู้ สู่นักเรียนไม่เพียงพอ ปัญหาจากทางโรงเรียน คือ นโยบายการจัดการศึกษา ของโรงเรียน ส่วนมากโรงเรียนจะเน้น ผลสัมฤทธิ์ทางด้านพุทธิพิสัย ปัญหาในด้านสื่อ การเรียนการสอนไม่เหมาะสม มีสื่อน้อย ไม่เพียงพอ ครูไม่มีความรู้ เกี่ยวกับหลักสูตรและอาชีพท้องถิ่น ที่นำมาจัด การเรียนการสอนอย่างเพียงพอ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ทำให้นักเรียนไม่มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักการของการประกอบอาชีพ ไม่มีข้อมูลในการตัดสินใจ ว่าในอนาคต จะเลือกประกอบอาชีพอะไร เมื่อจบการศึกษาแล้ว จึงไม่สามารถนำความรู้ ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ การจัดการศึกษา จึงไม่บรรลุผล ตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ จากการสำรวจข้อมูล ของหมู่บ้านคำไหล ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พบว่า อาชีพหลักของชาวบ้าน คือ การทำนา ส่วนอาชีพรองนั้น มีน้อยมาก เช่น การทำสวนนอกฤดูทำนา และการทำงานจักสานในบางครอบครัว สภาพที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ใกล้ภูเขา มีทรัพยากรที่สำคัญ คือไม้ไผ่ ซึ่งมีการนำมาใช้ประโยชน์ค่อนข้างน้อย ผู้วิจัยคิดว่า ถ้ามีการส่งเสริมการนำไม้ไผ่มาใช้ประโยชน์ในด้านงานจักสาน จะสามารถช่วยเสริมรายได้แก่ครอบครัวได้เป็นอย่างดี งานจักสานที่เป็นที่ต้องการโดยทั่วไปก็คือ กระติบข้าว ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ เรื่อง การสานกระติบข้าว สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอน กลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น |
| แนวคิดทฤษฎี |
| - ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ของกรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น โดยการจัดทำรายวิชาเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ และกระบวนการพัฒนาหลักสูตรของกาญจนา คุณารักษ์ |
| วัตถุประสงค์ |
- 1. เพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ เรื่อง การสานกระติบข้าวชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
2. เพื่อทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับหลักสูตรท้องถิ่น ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ตามทัศนะของครูผู้สอน กลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ |
|
สมมุติฐานการวิจัย
|
| - |
| ระเบียบวิธีวิจัย |
| - วิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) |
| ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง |
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2541 โรงเรียนบ้านคำไหล สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอนิคมคำสร้อย สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 20 คน และครูผู้สอนกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพที่สอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอนิคมคำสร้อย สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 33 คน
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2541 โรงเรียนบ้านคำไหล สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอนิคมคำสร้อย สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 20 คน และครูผู้สอนกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพที่สอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอนิคมคำสร้อย สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 33 คน ซึ่งเลือกมาจาก 33 โรงเรียน โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง |
| ตัวแปร |
| - |
| นิยามศัพท์ |
| - |
| เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย |
- 1. หลักสูตรท้องถิ่นกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ เรื่อง การสานกระติบข้าว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
2. แบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอนกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ ที่มีต่อหลักสูตรท้องถิ่นที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
4. แบบวัดทักษะการปฏิบัติงาน
5. แบบวัดคุณลักษณะในการทำงาน |
| วิธีการรวบรวมข้อมูล |
| - |
| การวิเคราะห์ข้อมูล |
- 1. การประเมินหลักสูตรตามวิธี P.M. (Puissance Measure)
2. วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน |
| สรุปผลวิจัย |
- ผลการวิจัยพบว่า
1. การประเมินหลักสูตรฉบับร่าง ก่อนนำหลักสูตรไปทดลองใช้ ซึ่งประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ด้วยวิธีการปรึกษา สัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง และใช้การประเมินหลักสูตรแบบ Puissance Measure (P.M.) ผลการประเมิลหลักสูตรพบว่า หลักสูตรมีความเหมาะสม กับสภาพของท้องถิ่นกับผู้เรียน และมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งมีค่า Puissance Measure (P.M.) เท่ากับ 10.35
2. การประเมินหลักสูตรโดยครูผู้สอน กลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า ในด้านจุดมุ่งหมาย ด้านโครงสร้างและเนื้อหา ด้านกิจกรรม การเรียนการสอน และด้านการวัดผล ประเมินผลของหลักสูตร มีความเหมาะสมสอดคล้อง กับความต้องการของท้องถิ่น แนวการจัด การเรียนการสอน เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียน สามารถนำความรู้ ไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตได้ และหลักสูตรครอบคลุม ทั้งทางด้านความรู้ เจตคติ และทักษะกระบวนการ แต่ในด้านอัตราเวลาเรียนนั้น พบว่า ต้องมีการปรับปรุง โดยการเพิ่มอัตราเวลาเรียน และจัดให้มีกิจกรรมฝึกทักษะนอกเวลาเรียนตามปกติ |
|
ข้อเสนอแนะ
|
- ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ ครูผู้สอนกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ ควรนำเอาหลักสูตรที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ไปใช้กิจกรรมการเรียนการสอน อย่างแพร่หลาย ผู้บริหารโรงเรียน และผู้เกี่ยวข้อง ควรให้การสนับสนุน การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นขึ้น ภายในโรงเรียนโดยคำนึงถึง สภาพและความต้องการของท้องถิ่น นอกจากนั้น ควรจัดอบรมให้ความรู้ เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ให้แก่ครูผู้ที่สนใจ
ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป ควรมีการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ ให้หลากหลายและเหมาะสม กับสภาพความต้องการของแต่ละท้องถิ่น และควรมีการทำวิจัยเรื่อง การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ในกลุ่มประสบการณ์อื่นๆ เช่น กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต กลุ่มทักษะภาษาไทย และกลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย |