| ความเป็นมา |
- ในปัจจุบันโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศเปลี่ยนแปลงไป คหกรรมศาสตร์ได้กลายเป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ผลผลิตทางคหกรรมศาสตร์ เช่น ดอกไม้ประดิษฐ์ อาหารสำเร็จรูป เสื้อผ้าสำเร็จรูป วัสดุประดิษฐ์และสิ่งทอ ได้กลายเป็นสินค้าที่มีความสำคัญและเป็นที่ต้องการของคนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ มีการผลิตส่งออกทำรายได้เข้าประเทศมากมาย ด้วยเหตุที่คหกรรมศาสตร์ได้เข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศดังกล่าว จึงมีผลทำให้การจัดการเรียนการสอนด้านคหกรรมศาสตร์ต้องปรับเปลี่ยนจุดมุ่งหมายในการจัดการเรียนการสอนไปจากรูปแบบเดิม โดยมุ่งให้นักเรียนได้รับการฝึกอบรมให้มีทักษะในด้านการปฏิบัติการวิชาชีพให้เกิดความชำนาญจนสามารถผลิตได้ จำหน่ายได้ จัดการได้บริการได้ บริโภคได้ ตามกระบวนการอาชีวศึกษาครบวงจร ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาด้านคหกรรมศาสตร์ สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรม ไปประกอบอาชีพได้ตามความถนัดและความต้องการ ต่อไป (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2535 : 574)
ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอนประเภทวิชาคหกรรมศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน กรมอาชีวศึกษา ได้ปรับปรุงหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2538 โดยกำหนดจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ทางวิชาการและวิชาชีพพื้นฐานในการปรับปรุงานให้ทันกับความก้าวหน้า และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ตลอดจนให้มีทักษะในวิชาชีพสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพอิสระ ประกอบอาชีพ รับจ้างหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคม (กรมอาชีวศึกษา, 2538 : 35) สาขาวิชาอาหารและโภชนาการเป็นสาขาวิชาหนึ่งในหลักสูตรประเภทวิชาคหกรรมที่ทำการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2538 โดยมีจุดประสงค์ของสาขาวิชา คือ ต้องการให้นักเรียนมีความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีทักษะความสามารถด้านประกอบอาหารอย่างเพียงพอต่อการที่จะนำไปใช้ประกอบอาชีพ มีความรู้ความสามารถด้านการจัดการเชิงธุรกิจได้ รวมทั้งมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการพัฒนางานและสร้างงาน นอกจากนี้ในสาขาวิชาอาหารและโภชนาการยังได้จัดการเรียนการสอนตามโครงสร้างของหลักสูตรตามหมวดวิชาต่าง ๆ คือ หมวดวิชาพื้นฐาน หมวดวิชาชีพ และหมวดวิชาเลือกเสรี ทั้งนี้เพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินไปและบรรลุผลตามจุดประสงค์ของหลักสูตรดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น
วิชาขนมไทย 1 เป็นวิชาชีพเลือกวิชาหนึ่งที่จัดไว้ในหลักสูตร ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนด้านวิชาชีพคหกรรมได้เรียนรู้ ฝึกทักษะในการทำขนมไทยให้มีความสามารถอย่างเพียงพอต่อการที่จะนำไปใช้ประกอบอาชีพ รวมทั้งการจัดการเชิงธุรกิจได้ ครูจึงนับว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเรียนการสอน ในอันที่จะถ่ายทอดความรู้และและจัดการเรียนการสอน เพื่อที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และประสบผลสำเร็จตามที่วัตถุประสงค์ต้องการ แต่ในการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เป็นในปัจจุบันนี้นั้น ปรากกว่าไม่เอื้อต่อการที่ทำให้นักเรียนประสบผลสำเร็จในการเรียนตามที่หลักสูตรได้กำหนดไว้ ทั้งนี้เพราะมีจำนวนนักเรียนต่อชั้นเรียนเป็นจำนวนมาก คือ 40 คนต่อหนึ่งชั้นเรียน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้การเรียนการสอนมีปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากครูผู้สอน 1 ท่าน ไม่สามารถที่จะดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเนื้อหาส่วนที่เป็นทักษะปฏิบัติด้วยแล้ว ครูผู้สอนไม่สามารถที่จะตรวจสอบการฝึกปฏิบัติและแก้ปัญหาให้นักเรียนเป็นรายบุคคลได้ ประกอบกับในการสอนนั้น ครูผู้สอนมีการนำเสนอเนื้อหาโดยอาศัยกระดานดำและไวท์บอร์ดเท่านั้น ซึ่งก็ส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถที่จะเข้าใจในเนื้อหาได้ดีเท่าที่ควร ทำให้นักเรียนขาดความสนใจและความรับผิดชอบต่อตนเอง ขาดแรงจูงใจในการเรียน ตลอดจนส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่จุดประสงค์ของการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ได้เท่าที่ควร
ดังนั้นวิธีการที่จะจัดการเรียนการสอนให้ประสบผลสำเร็จและสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตร วิธีการหนึ่งนั้นก็คือ การพัฒนาวิธีการเรียนการสอนโดยครูผู้สอนจะต้องเปลี่ยนบทบาทจากการบรรยายหน้าชั้นเรียนมาเป็นผู้จัดการในการเรียน ทั้งนี้เพื่อจะทำให้มีการเรียนรู้เกิดขึ้นกับนักเรียนทุกคน และเพื่อฝึกนิสัยการใฝ่หาความรู้อีกด้วย ไม่ใช่เป็นการรับจากครูแต่เพียงฝ่ายเดียวเหมือนที่กระทำอยู่ในปัจจุบัน ครูต้องจัดกระบวนการเรียนการสอนให้นักเรียนรู้จักคิดค้นคว้าแก้ปัญหา และจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติมากขึ้น ตลอดจนครูจะต้องยึดหลักการจัดกระบวนการเรียนรู้และเนื้อหาที่สนองตอบต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยครูผู้สอนจะต้องให้ความสำคัญต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลมากขึ้น ซึ่งรูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิธีหนึ่งที่สอดคล้องกับแนวทางต่าง ๆ ดังกล่าวก็คือ การเรียนการสอนเป็นรายบุคคล ซึ่งนิยม ทองอุดม (อ้างในประหยัด จิระวรพงศ, ม.ป.ป. : 270) ได้กล่าวว่า การเรียนการสอนเป็นรายบุคคลเป็นกระบวนการเรียนที่กำหนดให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนด้วยตนเองตามความสามารถและความสนใจ ช่วยให้นักเรียนสามารถประเมินความก้าวหน้าของตนเองได้ และยังทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาความรับผิดชอบในการศึกษาด้วยตนเอง รูปแบบการเรียนการสอนเป็นรายบุคคลนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกันที่จะช่วยให้การเรียนรู้เกิดการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรูปแบบการเรียนการสอนรายบุคคล รูปแบบหนึ่งก็คือ การสอนด้วยบทเรียนโมดูล โดยเป็นการเรียนการสอนที่จะช่วยให้นักเรียนได้รับทั้งความรู้และทักษะในการปฏิบัติ โดยเน้นที่ตัวนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียน นอกจากนี้บทเรียนโมดูลยังทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้เพราะนักเรียนได้ทราบจุดมุ่งหมายที่แน่นอนของการเรียนแต่ละบทเรียน และได้ทราบผลทันทีที่จบบทเรียนแต่ละบทหรือแต่ละตอน อีกทั้งนักเรียนจะเรียนช้าหรือเรียนเร็วก็เรียนได้สำเร็จเช่นกัน (เสาวนีย์ สิกขาบัณฑิต, 2526 : 26) และตัวบทเรียนโมดูลเป็นหน่วยการสอนสำเร็จรูปในตัวเอง มุ่งให้นักเรียนเรียนได้ด้วยตนเอง โดยในโมดูลหนึ่ง ๆ จะมีความสมบูรณ์ในตัวของมันเอง นักเรียนไม่จำเป็นต้องไปศึกษาค้นคว้าจากที่อื่นอีก ในโมดูลหรือหน่วยการเรียนการสอนแต่ละหน่วยจะมีคำแนะนำ จุดมุ่งหมาย การทดสอบก่อนเรียน กิจกรรมการเรียนและการทดสอบ (เสาวนีย์ สิกขาบัณฑิต, 2528 : 1)
จากสภาพปัญหาทางการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นและจากลักษณะเด่นของบทเรียนโมดุลดังกล่าว จึงทำให้ผู้ศึกษาสนใจที่จะทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยในครั้งนี้ ซึ่งผู้ศึกษาคิดว่าการนำเอาบทเรียนโมดูลมาใช้ในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพราะบทเรียนโมดูลเป็นหน่วยการสอนสำเร็จรูปในตัวเอง นักเรียนแต่ละคนสามารถทำความเข้าใจได้ด้วยตนเองและสามารถศึกษาโดยการค้นคว้าและฝึกทักษะภาคปฏิบัติด้วยตนเองได้ นอกจากนั้นบทเรียนโมดูลยังช่วยลดภาระของครูในการสอน ทำให้ครูมีเวลาว่างพบปะนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนไม่ทันในบางเนื้อหาวิชาให้สามารถฝึกปฏิบัติด้วยตนเองได้ ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาได้สร้างบทเรียนโมดูลวิชาชนมไทย 1 เรื่องขนมไทยที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขึ้น ทั้งนี้เพื่อที่จะช่วยให้การเรียนการสอนในสาขาวิชาอาหารและโภชนาการดำเนินไปอย่างได้ผลดี มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนในเรื่องอื่น ๆ ต่อไป |
| แนวคิดทฤษฎี |
- 1. ความสำคัญของขนมไทย
1.1 ประวัติขนมไทย
1.2 ขนมไทยกับประเพณี
1.3 ประเภทขนมไทย
2. ความรู้ทั่วไปในการทำขนมไทย
2.1 เครื่องปรุงที่ใช้เป็นหลักในการทำขนมไทย
2.2 เทคนิคการทำขนมไทย
2.3 ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเก็บรักษาขนมไทย
2.4 ความรู้เกี่ยวกับการคำนวณราคาขาย
2.5 ความรู้เกี่ยวกับการจัดจำหน่าย
3. ความหมายของบทเรียนโมดูล
4. รูปแบบของโมดูล
5. องค์ประกอบของบทเรียนโมดูล
6. ขั้นตอนการสร้างบทเรียนโมดูล
7. การประเมินค่ารูปแบบและเนื้อหาของบทเรียนโมดูล
7.1 เกณฑ์การประเมินผลบทเรียนโมดูล
7.2 เกณฑ์การหาประสิทธิภาพบทเรียนโมดูล
7.3 การยอมรับหรือไม่ยอมรับประสิทธิภาพ |
| วัตถุประสงค์ |
- 1. เพื่อสร้างบทเรียนโมดูลวิชาขนมไทย 1 เรื่อง ขนมไทยที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
พื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนโมดูล วิชาขนมไทย 1 เรื่อง ขนมไทยที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าให้เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 |
|
สมมุติฐานการวิจัย
|
| - |
| ระเบียบวิธีวิจัย |
| - การวิจัยเชิงพัฒนา |
| ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง |
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2541 จำนวน 3 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 85 คน โดยไม่เคยเรียนวิชาขนมไทย 1 มาก่อน
ตัวอย่างได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยวิธีจับสลากหมายเลขห้องเรียนทั้ง 3 ห้องเรียน เลือกจับสลากมาเพียง 1 ห้องเรียน ได้นักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 35 คน โดยใช้ในการทดลองขั้นหนึ่งต่อหนึ่งจำนวน 3 คน ทดลองกลุ่มเล็กจำนวน 6 คน และใช้ในการทดลองภาคสนามจำนวน 26 คน |
| ตัวแปร |
| - |
| นิยามศัพท์ |
- บทเรียนโมดูล หมายถึง หน่วยการเรียนการสอนที่สำเร็จรูปในตัวเอง มุ่งให้นักเรียนเรียนด้วยตนเอง ในแต่ละบทเรียนโมดูลจะประกอบด้วย บทนำ จุดประสงค์ การประเมินผลก่อนการเรียน กิจกรรมแบบฝึกหัดพร้อมคำเฉลยและการประเมินผลหลังการเรียน โดยจัดไว้สำเร็จรูปในแต่ละบทเรียน
ประสิทธิภาพของบทเรียนโมดูล หมายถึง คุณภาพของบทเรียนโมดูลที่ได้จากการที่นักเรียนแต่ละคนสามารถตอบคำถามในแบบฝึกหัด และสามารถปฏิบัติในระหว่างเรียนในแต่ละบทเรียนโมดูล และสามารถตอบคำถามจากแบบทดสอบหลังเรียนบทเรียนโมดูลได้ โดยในการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาได้กำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพของบทเรียนเป็น 80/80 และมีความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 5 ซึ่งการยอมรับเกณฑ์ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ
1. ระดับ “สูงกว่าเกณฑ์” เมื่อบทเรียนโมดูลมีประสิทธิภาพตั้งแต่ 85/85 ขึ้นไป
2. ระดับ “ตามเกณฑ์” เมื่อบทเรียนโมดูลมีประสิทธิภาพตั้งแต่ 80/80- 84.99/84.99
3. ระดับ “ต่ำกว่าเกณฑ์” เมื่อบทเรียนโมดูลมีประสิทธิภาพตั้งแต่ 75/75- 79.99/79.99
เกณฑ์มาตรฐาน 80/80 หมายถึง เกณฑ์ในการหาประสิทธิภาพของบทเรียนโมดูลโดยที่
80 ตัวแรก หมายถึง คะแนนจากการตอบคำถามในแบบฝึกหัด และคะแนนการปฏิบัติงานระหว่างเรียนของนักเรียนทุกคนโดยเฉลี่ยได้ 80 เปอร์เซ็นต์
80 ตัวหลัง หมายถึง คะแนนจากการตอบคำถามในแบบทดสอบหลังเรียนของนักเรียนทุกคนโดยเฉลี่ยได้ 80 เปอร์เซ็นต์ |
| เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย |
- เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้คือ
1. บทเรียนโมดูลวิชาชนมไทย 1 เรื่องขนมไทยที่ทำจากแห้งข้าวเจ้าจำนวน 3 หน่วย คือ หน่วยที่ 1 ขนมน้ำดอกไม่ หน่วยที่ 2 ขนมทราย หน่วยที่ 3 ขนมถ้วยตะไล 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 161 ข้อ โดยสร้างตามจุดประสงค์และเนื้อหาในบทเรียน ใช้สำหรับทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนบทเรียนโมดูล
3. แบบวัดการปฏิบัติงานเรื่อง ขนมไทยที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า |
| วิธีการรวบรวมข้อมูล |
| - |
| การวิเคราะห์ข้อมูล |
- 1. ข้อมูลที่ได้จากแบบฝึกหัด แบบวัดการปฏิบัติงาน และการทดสอบหลังเรียนเอามาทำการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพบทเรียนโมดูล โดยใช้ตามเกณฑ์ 80/80
2. คำนวณหาประสิทธิภาพของบทเรียนโมดูลแต่ละหน่วย โดยคิดจากการตอบคำถามในแบบฝึกหัด และคะแนนการปฏิบัติงานระหว่างเรียนของนักเรียนแต่ละคน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อคะแนนจากการตอบคำถามในแบบทดสอบหลังเรียนของนักเรียนทุกคน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์
3. คำนวณค่า t-test เพื่อดูความก้าวหน้าในการเรียนของนักเรียนทั้งหมด |
| สรุปผลวิจัย |
- 1. บทเรียนโมดูลทั้ง 3 หน่วย มีประสิทธิภาพดังนี้
หน่วยที่ 1 มีประสิทธิภาพ 87.04/84.64
หน่วยที่ 2 มีประสิทธิภาพ 85.93/83.45
หน่วยที่ 3 มีประสิทธิภาพ 88.72/94.00
บทเรียนโมดลทั้ง 3 หน่วยต่างมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. ผลการเรียนกลุ่มตัวอย่างมีความก้าวหน้าขึ้น คือ คะแนนเฉลี่ยของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.01 |
|
ข้อเสนอแนะ
|
- ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. ครูผู้สอนด้านสาขาอาหารและโภชนาการในรายวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิบัติอาหารควรร่วมมือกันสร้างบทเรียนโมดูล เพื่อนำไปใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งจะช่วยใหนักเรียนเกิดความสนใจและตั้งใจเรียนเพิ่มขึ้นในระหว่างเรียน เพราะบทเรียนโมดูลจะทำให้นักเรียนทราบความสามารถหรือความก้าวหน้าในการเรียนของตนทุกระยะ
2. สถาบันอาชีวศึกษาที่มีหน้าที่ผลิตกำลังคนทางด้านช่างฝีมือ เพื่อให้เกิดทักษะวิชาชีพควรสนับสนุนครูผู้สอนให้มีการผลิตบทเรียนโมดูล ตลอดจนการศึกษาค้นคว้ารูปแบบของบทเรียนโมดูลที่เหมาะสมเพื่อช่วยใหัครูสามารถผลิตบทเรียนโมดูลได้อย่างเพียงพอในงบประมาณที่จำกัด 3. ครูควรส่
งเสริมให้นักเรียนได้นำบทเรียนโมดูลไปศึกษาในเวลาว่าง เพื่อเป็นการเรียนซ่อมเสริม หรือเป็นการทบทวนบทเรียน และเพิ่มทักษะให้กับผู้เรียน
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับการสร้างบทเรียนโมดูลในเนื้อหา
2. ควรสร้างสื่อการเรียนในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อให้นักเรียนสามารถเลือกสื่อการเรียนได้หลากหลายชนิดตามความพึงพอใจ อันจะนำไปสู่ประสิทธิภาพของการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
3. ควรจะได้มีการสร้างบทเรียนโมดูลในลักษณะของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สำหรับวิชาขนมไทย 1 นี้ขึ้น แล้วศึกษาผลของการใช้บทเรียนโมดูลดังกล่าว |