ค้นหา
หน้าแรก ราคาพืชผล เตือนภัย ดินและน้ำ ผลิตภัณฑ์ ท่องเที่ยว ภูมิปัญญา องค์ความรู้ กฎหมาย เกษตรคุ้มทุน เว็บบอร์ด เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 
  ทันข่าว ทันเหตุการณ์ สินค้าเกษตรอินทรีย์ตัวแปรขับเคลื่อนศก.
สินค้าเกษตรอินทรีย์ตัวแปรขับเคลื่อนศก.   [วันที่ 13 ส.ค. 2552 ]

สินค้าเกษตรอินทรีย์ตัวแปรขับเคลื่อนศก.
Source - ASTV ผู้จัดการรายวัน (Th)

Thursday, August 13, 2009  06:08
5391 XTHAI XECON XCORP XCOMMER XFINSV XTRANS DAS V%PAPERL P%ASMD

          ASTVผู้จัดการรายวัน - เผยมูลค่าการค้าเกษตรอินทรีย์ปีนี้กว่า 6 หมื่นล้านเหรียญมั่นใจขยายตัวทั่วโลกพุ่งสูงถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2553 ชี้พฤติกรรมการบริโภคปัจจุบันคำนึงถึงประโยชน์ต่อสุขภาพและการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ย้ำเป็นโอกาสทางการตลาดของสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผู้ประกอบการทั่วโลกต่างให้ความสนใจ
          นางพิมพาพรรณ ชาญศิลป์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากความตื่นตัวในเรื่องเกษตรอินทรีย์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศส่งผลให้สินค้าเกษตรอินทรีย์กลายเป็นกลุ่มสินค้ากระแสหลักที่มีความสำคัญและมีศักยภาพอย่างมาก ตัวเลขความต้องการสินค้าดังกล่าวในตลาดสำคัญ เช่น ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในยุโรป ปี 2550 มีอัตราการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 17 โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 16,000 ล้านยูโร ประเทศสหรัฐอเมริกา ขยายร้อยละ 18 มีมูลค่าตลาดประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
          ทางด้านตลาดในประเทศญี่ปุ่นก็มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ประมาณ632,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2551 มีอัตราการเติบโตร้อยละ 12 ส่วนประเทศออสเตรเลีย ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าจับตามอง เพราะมีอัตราการเติบโตของผู้ต้องการบริโภคอาหารปลอดภัยสูงขึ้นอย่างเด่นชัดด้วยมูลค่าการตลาด 230 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราขยายตัวสูงถึงร้อยละ 14
          ขณะที่มูลค่าตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่บริโภคภายในประเทศและส่งออกของไทยปี 2551 มีประมาณ 3,300 ล้านบาทและคาดว่าในปี 2552 จะมีมูลค่าของตลาดประมาณ 3,600 ล้านบาท แม้จะเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดที่ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับตลาดโลก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงช่องว่างทางการตลาดขนาดใหญ่สำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทย
          ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเล็งเห็นถึงโอกาสอันดีในการที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่วงจรการค้าเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มกำลัง จึงได้มีการกำหนดแผนพัฒนาตลาดเกษตรอินทรีย์ไทยทั้งภายในและต่างประเทศด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลักได้แก่ การพัฒนาความสามารถผู้ประกอบการ ขยายตลาดในประเทศและเชื่อมโยงตลาดสู่การส่งออก  สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและผลิตภัณฑ์  และส่งเสริมให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้าแบบครบวงจร โดยที่ผ่านมาได้จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เช่น การฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศพร้อมเปิดให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสเจรจาการค้ากับคณะผู้แทนการค้าจากต่างประเทศ
          นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาโมเดลต้นแบบของชุมชนเกษตรอินทรีย์ หรือออแกนิก คอมมูนิตี ในสหรัฐอเมริกาแคนาดา และล่าสุดคือประเทศออสเตรเลียเพื่อนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้สำหรับผลักดันให้เกิดชุมชนเกษตรอินทรีย์ อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้นในประเทศไทย ซึ่งหมายถึงการรวบรวมร้านค้าจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในรูปแบบต่างๆ เช่น สปาที่ให้บริการนวดแบบใช้น้ำมันหอมจากสมุนไพร ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เกตจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์และร้านหนังสือมาไว้ในแหล่งเดียวกัน
          สำหรับโครงสร้างของออแกนิกคอมมูนิตี ที่เหมาะกับประเทศไทยนั้น แบ่งออกเป็น รูปแบบที่หนึ่ง ได้แก่ การจัดแหล่งจำหน่ายใกล้ผู้บริโภค เหมาะสำหรับการผลักดันให้เกิดขึ้นในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งมีความต้องการและกำลังในการซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ รูปแบบที่สอง คือ การเปิดแหล่งจำหน่ายใกล้กับแหล่งผลิต ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาศักยภาพและความเป็นไปได้ของพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเนื่องจากเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ ประชากรกลุ่มเป้าหมายมีกำลังซื้อ และอยู่ใกล้กับแหล่งผลิต ถือเป็นแนวทางในการขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ และเปิดโอกาสให้สินค้าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคภายในประเทศได้กว้างขวางมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้สินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยประสบความสำเร็จทั้งในประเทศ และเวทีการค้าสากล--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน


  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 469 ถ.นครสวรรค์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
คุณเข้ามาเป็นคนที่ 1602066 นับตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2551