เตรียมรับมือทัพการค้าจาก...จีนข้อห่วงใยนักธุรกิจค้าชายแดน
Source - โพสต์ ทูเดย์ (Th)
Tuesday, February 02, 2010 06:38
27728 XTHAI XGEN DAS V%PAPERL P%PTD
...ธีระวัฒน์ คำธิตา
การประชุมหอการค้าจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา มีประเด็นการหารือที่น่าสนใจ เมื่อนางเกศสุดา สังขกร รองเลขานุการหอการค้าจังหวัดเชียงราย ฝ่ายการค้าชายแดน เปิดเผยในที่ประชุมว่า น้ำในแม่น้ำโขงลดระดับลงต่ำมากเป็นประวัติการณ์ ทำให้การเดินเรือในแม่น้ำโขงประสบปัญหา การขนส่งทางเรือทำได้ยากลำบากและมีต้นทุนสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการค้าชายแดนที่ค้าขายผัก ผลไม้สด แอปเปิล สาลี่ทับทิม บัวหิมะ เริ่มต้องซื้อรถบรรทุกเพื่อรับส่งสินค้าที่ใช้เส้นทางถนนสาย R3a ที่มาจากประเทศจีน ผ่านประเทศลาวมาที่ อ.เชียงของเพื่อแก้ไขปัญหานี้
"การเปลี่ยนมาใช้รถขนส่งก็เพื่อเตรียมรับการค้าในอนาคตที่จะเติบโตมากขึ้น แม้การขนส่งทางเรือจะเหมาะสมกับสินค้าที่ไม่เร่งรีบและมีเป็นจำนวนมาก แต่ใช้เวลานานกว่าทางรถยนต์ ไม่เหมาะกับสินค้าที่เป็นของสดอย่างผัก ผลไม้ ทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้การขนส่งทางรถยนต์กันมากขึ้น"
นายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบันการค้าชายแดน จ.เชียงราย มีมูลค่าราว 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี และคาดว่าในอนาคตอันใกล้หากมีการสร้างท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 เสร็จในราวปลายปี 2554 และสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ อ.เชียงของ เสร็จราวปี 2555 คาดว่าการค้าชายแดน จ.เชียงรายจะเติบโตขึ้นถึงปีละ 2 หมื่นล้านบาทแน่นอน
"ส่วนทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงรายหากทำได้จริงก็จะเกิดประโยชน์ต่อการค้าเชื่อมโยงท่าเรือกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งการใช้รถไฟจะลดค่าใช้จ่ายลงอีกมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่หอการค้าจังหวัดเชียงรายได้ผลักดันร่วมกับคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ หอการค้า 10 จังหวัดภาค
เหนือ หรือคศส. มาตลอด และจะเดินหน้าต่อไป รวมถึงการตัดถนนสี่ช่องจราจรสายใหม่จาก อ.เชียงของ มายัง อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดถนนสายใหม่ซึ่งเป็นทางตรงเหมาะกับการคมนาคมทางรถอีกสายในอนาคตอันใกล้ห้วงเดียวกัน"
ด้านนายชวลิต สุธรรมวงศ์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า แม้ประเทศจีนจะผลิตสินค้าเกษตรส่งออกไปทั่วโลก แต่เชื่อว่าผลผลิตการเกษตรของไทย เช่นข้าวหอมมะลิ คุณภาพดีน่าจะเข้าไปขายแข่งได้ แต่อย่างไรก็ตามหอการค้าและภาคธุรกิจก็ต้องหาแนวทางในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะหากไม่พร้อมรับมือ จ.เชียงราย ก็อาจเป็นแค่ประตูการค้าของจีนซึ่งสินค้าผ่านไปมาเท่านั้น
ทั้งนี้ ตามรายงานทราบว่านักธุรกิจชาวจีนได้เข้ามาทำการค้ากับเกษตรกรไทยโดยตรงมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น กรณีของนักธุรกิจจีนถือเงินมาซื้อลำไยจากเกษตรกรจ.ลำพูน เชียงใหม่ และเชียงราย รวมไปถึงเกษตรกรชาวลาวซึ่งปลูกข้าวโพด ก็จะถูกนักธุรกิจชาวจีนใช้เงินในการกว้านซื้อข้าวโพดในราคาสูงกว่านักธุรกิจไทยที่ไปวางระบบให้เกษตรกรลาว ทำให้นักธุรกิจไทยบางรายถึงกับขาดทุนนับ 10 ล้านบาทเพราะลงทุนไปส่งเสริมการปลูกแต่กลับไม่ได้ผลผลิต
ข้อมูลเหล่านี้น่าสนใจอย่างยิ่งในการเตรียมรับมือการค้าที่จะเพิ่มมากขึ้น หากการคมนาคมขนส่งบริเวณสามเหลี่ยมทองคำพัฒนาให้สะดวกคล่องตัว แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่เลขาธิการหอการค้าจังหวัดเชียงรายห่วงใยเรื่องประโยชน์ที่ไทยจะได้รับ มิใช่เพียงเป็นแค่ประตูการค้า ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ |