ค้นหา
หน้าแรก ราคาพืชผล เตือนภัย ดินและน้ำ ผลิตภัณฑ์ ท่องเที่ยว ภูมิปัญญา องค์ความรู้ กฎหมาย เกษตรคุ้มทุน เว็บบอร์ด เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 
  บทวิเคราะห์ พืชอาหารเพื่อพลังงาน และพืชพลังงานเพื่ออาหาร
พืชอาหารเพื่อพลังงาน และพืชพลังงานเพื่ออาหาร   [วันที่ 4 ก.พ. 2553 ]

พืชอาหารเพื่อพลังงาน และพืชพลังงานเพื่ออาหาร
Source - ฐานเศรษฐกิจ (Th)

Thursday, February 04, 2010  09:15
61697 XTHAI XECON XCORP V%PAPERL P%TSK

          ยังคงมีข้อถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง และกว้างขวางในวงการวิชาการในหลายเวที ทั้งในระดับชาติ และระดับนานาชาติ โดยมักมีการกล่าวถึงปัญหา หรือผลกระทบจากการที่ทั่วโลกได้หันมาให้ความสนใจในการค้นหาพลังงานทดแทน โดยมีความเชื่อว่าพลังงานจากใต้พื้นพิภพ มีโอกาสที่จะหมดไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติก็ตาม มีการคำนวณกันคร่าวๆ ว่าน่าจะหมดไปในเวลาอีกประมาณ 40-50 ปี นอกจากนี้ ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบมีโอกาสที่ราคาจะขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเราก็เคยพบกับน้ำมันราคาเกือบ 150 ดอลลาร์สหรัฐฯมาแล้ว และมีการวิเคราะห์กันว่า เราน่าจะได้ใช้น้ำมันในราคาสูงอีกอย่างแน่นอน ประกอบกับกระแสการส่งผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นจิตสำนึกของผู้คนในโลก ให้หันมาใส่ใจกับการลดภาวะโลกร้อนโดยกระบวนการต่างๆ โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์จากการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ มีเทน เป็นต้น ซึ่งก๊าซเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ จากเชื้อเพลิงแทบทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากโรงงานอุตสาหกรรม และรถยนต์
          ส่วนพลังงานทดแทนนั้นมีอยู่มากมาย เช่น ไบโอแก๊ส (bio-gas)  ไบโอแมส (bio-mass) ไบโอดีเซล (bio-diesel) ลม (wind) แสงแดด (solar) น้ำ (hydro) และรวมถึงนิวเคลียร์( nuclear) ในจำนวนพลังงานเหล่านี้ ยังมีการเจาะจงลงไปถึงพลังงานสะอาด ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วก็มาจากสิ่งที่มีชีวิต ทั้งพืช และสัตว์ เมื่อมีการนำเอาทั้งพืชและสัตว์มาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทน ทำให้เกิดข้อถกเถียง ในเรื่อง ผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านอาหารของประชากรโลก ซึ่งหัวข้อที่นำมาถกกันเสมอก็คือ พลังงานชีวภาพกับความปลอดภัยทางด้านอาหาร (bio-energy and food security) โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การอาหารและการเกษตร (Food and Agriculture Organization หรือ FAO) ได้มีการจัดเสวนากันอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ต้นแบบการจัดการให้เกิดสมดุล ระหว่างอาหารและพลังงานอย่างยั่งยืน
          แนวทางหนึ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางที่สามารถสร้างสมดุล ระหว่างอาหารกับพลังงานจากพืช คือ การจัดการแบบไร้ของเสีย (zero-waste management) โดยการนำเอาชีวมวลทั้งหมดของพืชที่ปลูกมาแปรรูป ทั้งที่เป็นอาหาร และพลังงาน เช่น พืชอาหารที่นำมาใช้เป็นพืชพลังงานด้วย คือปาล์มน้ำมัน ที่ผลิตเป็นอาหารได้มากมายหลายชนิด และขณะเดียวกันก็มีการนำมาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งรัฐบาลได้มีนโยบายที่จะเพิ่มผลผลิต โดยการเพิ่มพื้นที่ปลูกอีกประมาณ 2 ล้านไร่ ซึ่งก็คงเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากข้อจำกัดในด้านพื้นที่ที่เหมาะสม เพราะปาล์มน้ำมันต้องการน้ำมากกว่าพืชอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณน้ำใต้ดิน ส่วนอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถเพิ่มผลผลิตโดยรวมของประเทศได้โดยเร็ว คือการเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันผลผลิตเฉลี่ยของปาล์มน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 2.6 ตันต่อไร่ และพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันทั้งประเทศประมาณ 3 ล้านไร่ หากสามารถเพิ่มผลผลิตได้อีก 0.5 ตันต่อไร่ ก็จะได้ผลผลิตอีกถึง 1.5 ล้านตันต่อปี โดยแนวทางที่คิดว่าสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ได้ คือ การใส่ปุ๋ยที่แม่นยำ โดยต้องทำการวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารในดิน และใบ ก่อนพิจารณาใส่ปุ๋ย และพบว่าการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี ทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่าการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว อีกประการหนึ่งคือ การให้น้ำในช่วงแล้ง (ในกรณีที่สามารถให้น้ำชลประทานได้) พบว่าสามารถเพิ่มผลผลิตได้มาก นอกจากนี้หากสามารถทำคันดินเล็กๆรอบโคนต้นปาล์มน้ำมัน (ตามแนวทรงพุ่ม) จะช่วยลดการสูญเสียน้ำ และปุ๋ยที่ใส่ลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน เป็นพื้นที่ลาดชัน  (เช่นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในภาคใต้)
          กระบวนการจัดการปาล์มน้ำมันแบบไร้ของเสีย คือการนำเอาทุกส่วนของชีวมวลมาสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือที่เรียกว่า 5F นั่นก็คือ 1.ปาล์มน้ำมันเพื่อผลิตเป็นอาหาร (FOOD) จากผลปาล์ม และยอดปาล์ม 2.ปาล์มน้ำมันเพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์ (FEED) จากทางใบปาล์ม 3.ปาล์มน้ำมันเพื่อผลิตเป็นพลังงาน (FUEL) จากน้ำมันปาล์ม ใยปาล์ม กะลาปาล์ม และทะลายเปล่า 4.ปาล์มน้ำมันเพื่อผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ (FERTILIZER) จากทะลายเปล่า ใยปาล์ม และขี้เค็ก และ 5.ปาล์มน้ำมันเพื่อผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ (FERNITURE) จากต้นปาล์มเก่า จะเห็นได้ว่าหากสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ดังกล่าวข้างต้นแล้วเชื่อว่าข้อถกเถียงในเรื่องการนำเอาพืชอาหารมาใช้ในการผลิตพลังงานทดแทนน่าจะลดความรุนแรงลงได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเกษตรกรรายย่อย ที่มีพื้นที่ปลูกปาล์มไม่มาก และน่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถลดความเสี่ยงในด้านราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันที่อาจผันผวนได้เช่นกัน กระบวนการจัดการแบบไร้ของเสียนี้สามารถนำไปใช้กับพืชอื่นๆได้ทั้งที่เป็นอาหาร เช่นข้าว และพืชพลังงาน เช่นสบู่ดำ ซึ่งจะนำมาเสนอในครั้งต่อไป หรือหากท่านสนใจจะเสวนากับ รศ.ดร.สมบัติ ชิณะวงศ์ ผู้เป็นต้นคิด และมีต้นแบบให้ศึกษาได้อย่างแท้จริง ก็สามารถติดต่อได้ที่ agrsbc@yahoo.com--จบ--

          --ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 4 - 6 ก.พ. 2553--


  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 469 ถ.นครสวรรค์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
คุณเข้ามาเป็นคนที่ 1596768 นับตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2551