นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ในปี 2553 องค์การสวนยางได้รับอนุมัติให้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อดำเนินงานโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพิ่มมูลค่าเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำตามมติคณะรัฐมนตรี
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดประสิทธิภาพ จึงมอบหมายให้องค์การสวนยางจัดการประชุมคณะกรรมการเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร สถาบันเกษตรกรด้านยางพาราครบวงจรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ประกอบด้วย นครพนม มุกดาหาร หนองคาย เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี กาฬสินธุ์ สกลนคร และขอนแก่น เพื่อพัฒนาผู้นำเครือข่ายเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง และชี้แจงการปฏิบัติงานของโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพิ่มมูลค่าเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำตามมติคณะรัฐมนตรี
ปัจจุบันยางพาราถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรมากกว่า 6 ล้านคน โดยในปี 2552 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งประเทศ 16.7 ล้านไร่ มีพื้นที่สวนยางกรีดได้ 11.5 ล้านไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่สวนยางกรีดได้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 715,000 ไร่ ให้ผลผลิต 197,000 ตัน อย่างไรก็ดีในช่วงปลายปี 2551 ถึงต้นปี 2552 ราคายางได้ตกต่ำ เกษตรกรขายยางแผ่นดิบได้ 30-40 บาทต่อกิโลกรัม รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพิ่มมูลค่าเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณวงเงิน 8,000 ล้านบาท ให้ ธ.ก.ส. นำไปให้สถาบันเกษตรกรมีเข้าร่วมโครงการ กู้ในอัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อซื้อยางจากสมาชิกแปรรูปและเก็บสต๊อก ประมาณ 200,000 ตัน--จบ--
Source - แนวหน้า (Th) |