รวมกลุ่มเลี้ยงแพะแบบปล่อย รายได้ดี-ตลาดต้องการ-ราคาสูง
Source - เว็บไซต์คมชัดลึก (Th)
Thursday, February 25, 2010 06:57
55693 XTHAI MIDD IKEY V%NETNEWS P%WKC
ดลมนัส กาเจ
ตลาดแพะเนื้อภาคใต้บูมสุดขีด ขนาดเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ความต้องการแพะสูงจนราคาทะยานขึ้นตาม คือแพะชั่งทั้งตัว หากโตเต็มวัย ขายกัน กก.ละ 150 บาท ทำให้ชาวบ้านท่าม่วง หมู่ 8 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล กว่า 30 คน รวมกลุ่มเลี้ยงแบบปล่อย แม่แพะ 1 ตัว เลี้ยง 14 เดือน มีรายได้กว่า 8,000 บาท หากเลี้ยง 40 ตัว สามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย
นิติภูมิ หลงเก ประธานกลุ่มส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์บ้านท่าม่วง บอกว่า เดิมชาวบ้านมีอาชีพด้านการเกษตรทำสวนยางพารา ข้าวโพดหวาน ความเป็นอยู่ของเกษตรกรในระดับปานกลาง ต่อมาปี 2547 ได้รวบรวมชาวบ้านตั้งกลุ่มส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ มีสมาชิกทั้งหมด 33 คน ส่วนใหญ่เลี้ยงแพะ ปัจจุบันรวมทั้งกลุ่มมีทั้งหมดกว่า 300 ตัว และส่วนหนึ่งมีการเลี้ยงสัตว์ปีกจำพวกเป็ดไข่และเป็ดเทศ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น
สาเหตุที่นิติภูมิเลือกเลี้ยงแพะ เพราะเห็นว่าแพะเป็นที่ต้องการของตลาดในภาคใต้สูงมาก ขนาดเศรษฐกิจตกต่ำ สินค้าบางอย่างขายไม่ออก แต่แพะกลายเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น และราคาสูงขึ้นด้วย อย่างแพะตัวเมียขายทั้งตัว กก.ละ 120 บาท ตัวผู้ กก.ละ 130 บาท หากเป็นพ่อพันธุ์ หรือแพะมีอายุกว่า 2 ปี ซึ่งสามารถใช้ประกอบในพิธีสำคัญของชาวมุสลิมได้แล้ว ตก กก.ละ 150 บาท แต่แพะที่มีอายุ 4-5 เดือน น้ำหนัก 20-30 กก. เป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุด
“เมื่อก่อนผมเลี้ยงแพะลูกผสมที่หาซื้อตามชุมชน เลี้ยงกันแบบพื้นบ้าน กึ่งขังกึ่งปล่อยอยู่ในสวนปาล์ม แม่แพะ 1 ตัว เลี้ยงแบบปล่อยไม่ต้องลงทุนค่าอาหาร จะออกลูก 7 เดือนต่อครั้ง เลี้ยง 14 เดือน จะมีรายได้ 8,000 บาทต่อแม่แพะ 1 ตัว เดิมผมเลี้ยง 20 ตัว จะได้ 1.6 แสนบาทต่อ 14 เดือน ถ้าเลี้ยงแบบให้อาหารเสริมบ้างจะได้กว่า 1 หมื่นบาทต่อ 14 เดือน ต่อมาปี 2550 ได้รับมอบแพะเนื้อพันธุ์บอร์ จากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ผ่านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มา 3 ตัว ทำให้ผมมีแม่แพะอยู่ 23 ตัว แพะพันธุ์บอร์ที่ว่านี้ เป็นที่ต้องการของตลาด เพราะเนื้อดี ที่สำคัญมีลักษณะเด่น คือ แข็งแรง โตเร็ว เลี้ยงง่าย เหมาะกับพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันหากเลี้ยงแพะอย่างเดียว ไม่มีอาชีพอื่น เลี้ยงแม่พันธุ์ 40 ตัวอยู่ได้อย่างสบาย" นิติภูมิ กล่าว
ด้าน สมบัติ ปิยะพันธุ์ ตัวแทนจากซีพีเอฟ บอกว่า ในฐานะที่ซีพีเอฟเป็นผู้นำด้านธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารชั้นนำของประเทศไทย ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการเลี้ยงสัตว์ จนประสบผลสำเร็จในการพัฒนาพันธุ์สุกร พันธุ์ไก่ และพันธุ์แพะ โดยพันธุ์แพะที่ดีที่สุดคือ แพะเนื้อพันธุ์บอร์ เป็นสายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดในทวีปแอฟริกาใต้ มีความโดดเด่นคือเจริญเติบโตที่ดี ปลอดโรค ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ง่าย และให้ผลผลิตเนื้อที่ดี มีประสิทธิภาพสูง ปัจจุบันซีพีเอฟมีฟาร์มแพะมาตรฐานคือฟาร์มแพะกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเน้นด้านการศึกษา วิจัย และขยายพันธุ์ เพื่อให้สายพันธุ์แท้คงเลือด 100% ไว้ นอกจากนี้ยังพัฒนาให้ได้สายพันธุ์เลือด 75% และ 50% เพื่อให้เหมาะสมกับการเลี้ยงในสภาพแวดล้อมของประเทศไทยด้วย
"สายพันธุ์แพะที่ดี เรานำไปส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยง ถือเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันก็ให้การสนับสนุนพันธุ์แพะแก่ภาครัฐ สำหรับนำไปปรับปรุงแพะพันธุ์พื้นเมือง เพื่อให้ได้สายพันธุ์แพะที่เหมาะสมและมีปริมาณเพียงพอต่ออุตสาหกรรมในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังดำเนินโครงการบริจาคแพะพันธุ์ดีมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริจาคพันธุ์แพะแก่เกษตรกรใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่าน ศอ.บต. จำนวน 300 ตัว ล่าสุดปี 2552 ได้จัดโครงการบริจาคแพะอีกจำนวน 439 ตัว ผ่านกองทัพไทย เพื่อนำไปส่งเสริมอาชีพประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ" สมบัติ กล่าว
บรรยายใต้ภาพ
นิติภูมิ หลงเก กับแพะที่เลี้ยงแบบปล่อย
แพะพันธุ์บอร์ในฟาร์มแพะกบินทร์บุรี
--จบ--
--คมชัดลึก ฉบับวันที่ 25 ก.พ. 2553 (กรอบบ่าย)-- |