วิกฤตน้ำกับการสร้างเขื่อนในจีน (ตอนที่ 2)
Source - กรมประชาสัมพันธ์ (Th)
Wednesday, March 10, 2010 07:57
58472 XTHAI XCLUSIVE REPO V%WIREL P%PRD
ปัญหาน้ำที่แห้งขอดลดลงอย่างรวดเร็วในลุ่มแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่านชีวิตชาวบ้านในหลายประเทศ กรอปกับภาวะความแห้งแล้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้กลุ่มนักอนุรักษ์ และนักเคลื่อนไหวต่างเพ่งเล็งไปที่การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ของจีน ที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน ว่ากลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ปิดกั้นทางน้ำไม่ให้น้ำไหลผ่านไปยังลุ่มน้ำตอนล่าง??
หากกล่าวถึงปัญหาการสร้างเขื่อนนี้ เป็นประเด็นที่ถกเถียงแตกความเห็นกันออกไป ด้านหนึ่งมองว่า เขื่อนมีความจำเป็นเพราะสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้ยามขาดแคลน รวมถึงยังสามารถใช้ประโยชน์อื่นทั้งการผลิตไฟฟ้า หรือใช้ในการชลประทาน ขณะที่อีกด้านมองว่าเขื่อนสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างใหญ่หลวงทั้งต่อคน สัตว์ และระบบนิเวศน์ในพื้นที่ ทำให้ปัจจุบัน การสร้างเขื่อนเพื่อเก็บกักน้ำยากมากขึ้น เนื่องจากกระแสคัดค้านดังกล่าว
ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ!!! และหากมองอย่างชัดเจนว่าการสร้างเขื่อนก่อให้เกิดผลดีหรือเสียอย่างไร และเหตุใดการสร้างเขื่อนในจีนถึงถูกมองว่าส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้าน อาจสรุปได้ ดังนี้
ด้านลบ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2443 พบว่ามีการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ (เขื่อนที่มีความสูง 15 เมตรขึ้นไป) ประมาณวันละหนึ่งเขื่อน ทำให้ปัจจุบันมีเขื่อนประมาณเกือบ 1 ล้านเขื่อนทั่วโลก ในจำนวนนี้เป็นเขื่อนขนาดใหญ่เกือบ 50,000 เขื่อน....
แน่นอนว่าการสร้างเขื่อนกันทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ย่อมมีเขื่อนที่ไม่มีการวางแผนอย่างรัดกุมและส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนที่ผ่านมาพบว่า เขื่อนขวางกั้นทำให้ฝูงปลาไม่อาจว่ายขึ้นไปวางไข่บริเวณทางต้นน้ำได้อย่างที่เคย รวมถึงยังทำให้ระบบนิเวศน์บริเวณนั้น ซึ่งเดิมเป็นระบบนิเวศน์บนบกที่รวมถึงป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ หุบเขาและสัตว์ป่า สูญหายไปทั้งหมดหรือบางส่วน นอกจากนี้ การสร้างเขื่อนทำให้ชาวบ้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต้องทำการอพยพย้ายถิ่น หรือแม้แต่ผู้ที่อยู่บริเวณต้นน้ำหรือผู้ที่อยู่บริเวณท้ายน้ำของเขื่อน ต้องมีชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ปริมาณน้ำ ช่วงเวลาน้ำมาก-น้ำน้อย และการผันผวนของกระแสน้ำ เป็นต้น
การสร้างเขื่อนที่มากเกินพอดี รวมทั้งความไม่รอบคอบและไม่มีประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนอย่างรวดเร็วเกินไป ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ ทำให้องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม และนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ ออกมาเรียกร้องและเร่งตรวจสอบหากจะมีการสร้างเขื่อนขึ้นใหม่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในปัญหาของการสร้างเขื่อนในปัจจุบัน
แง่ดี ขณะเดียวกัน การสร้างเขื่อนอย่างมีการวางแผน โดยคำนึงถึงพื้นที่ตั้งย่อมสร้างประโยชน์อย่างมหาศาล ดังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี อันเป็นเขื่อนในพระราชดำริ ที่สืบเนื่องมาจากปัญหาการเกิดน้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสักในฤดูน้ำหลาก และปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในช่วงฤดูร้อนที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงพระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมถึงการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเมื่อสร้างแล้วเสร็จพบว่า สามารถแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งได้ทั้งบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย
ทั้งนี้ การสร้างเขื่อนเป็นการป้องกันปัญหาอุทกภัยที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในแต่ละปี ทำให้ปัจจุบัน ปัญหาด้านอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากมีปริมาณที่ลดน้อยลงในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกัน เขื่อนสามารถช่วยเหลือระบบชลประทานในการควบคุมการไหลเข้า-ออกของน้ำ นอกจากนี้บทบาทของเขื่อนในการผลิตไฟฟ้ามีความสำคัญสูงมาก โดย 1 ใน 5 ของปริมาณไฟฟ้าทั้งหมดในโลกมาจากเขื่อน เขื่อนจึงยังประโยชน์สำคัญต่อประชากรโลก
ขณะเดียวกันปัญหาภาวะแห้งแล้งที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดคำถามว่า ในหลายประเทศควรมีการดำเนินการด้านการจัดสรรน้ำอย่างไร??? ดังนั้น คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทยในวันนี้ ควรเป็นเช่นไร???
ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ทางการเกษตรกว่า 130 ล้านไร่ แต่มีพืนที่ชลประทานเพียง 30 ล้านไร่ หรือประมาณปะมาณร้อยละ 25 ของพื้นที่การเกษตรเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าน้อยมาก ดังนั้นจึงควรมีการคำนวณถึงฤดูกาลที่น้ำมากและน้ำแล้ง โดยฤดูน้ำหลากควรคำนวณถึงการจัดเก็บว่าจะจัดเก็บน้ำในรูปแบบใด ทั้งน้ำที่ไหลจากลุ่มแม่น้ำ และน้ำฝนในช่วงฤดูฝน โดยคำนวณถึงปริมาณการใช้แต่ละปีให้ครอบคลุมการสำรองน้ำไว้เพื่อใช้ในฤดูแล้ง
ทั้งนี้ หากไทยจะมีการสร้างเขื่อน ควรต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งผลดีและผลกระทบจากการสร้างเขื่อน โดยเฉพาะการเข้าพูดคุยกับชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ที่มีส่วนได้เสียเพื่อให้ข้อมูลที่จะช่วยให้จุดบกพร่องในการศึกษาผลกระทบของโครงการ และนำไปสู่การเจรจาเพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดและยุติธรรมต่อกลุ่มชาวบ้านผู้ต้องรับผลกระทบ
ที่สำคัญคือควรศึกษาถึงระบบนิเวศน์ว่าส่งผลให้เปลี่ยนแปลงไปเช่นไร บทเรียนจากประเทศจีนพบว่า การสร้างเขื่อนเสี่ยววานและเขื่อนจิงหง ที่มีความสูงถึง 292 เมตรและมีการควบคุมน้ำเพื่อให้สามารถเดินเรือขนาดใหญ่ในฤดูแล้ง จึงทำให้วัฎจักรการขึ้นลงของน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนไป ระดับน้ำที่ขึ้นๆ ลงๆ ตามอิทธิพลของการใช้งานเขื่อนและการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ของแม่น้ำโขงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อันมีผลกระทบโดยตรงต่อพันธุ์ปลา พรรณพืช และวิถีชีวิตของชาวบ้านทั้งสองฝั่งโขงด้วยเช่นกัน..... ทั้งหมดนี้เป็นบทเรียนว่าการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ต้นน้ำโดยไม่คำนึงถึงระบบนิเวศน์เดิมส่งผลเสียมากกว่าผลดี
ประเทศไทย ที่ยึดถือการทำการเกษตรเป็นอาชีพหลักของประเทศ แต่หากไทยยังขาดการบริหารจัดการน้ำที่ดี ย่อมเป็นปัญหาที่ใหญ่หลวงและจะยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้นในอนาคต ทั้งหมดนี้จึงเป็นบทเรียนที่ไทยต้องศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้ง เพื่อการแก้ปัญหาเรื่องน้ำของไทย และเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาบานปลายในอนาคต
พิมพิดา โยธาสมุทร เรียบเรียง
ศิริรวรรณ ดำปรีดา บรรณาธิการ
ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ |