สศก.วางยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรย้ำ4รายการสินค้าอนาคตสดใส
Source - ASTV ผู้จัดการรายวัน (Th)
Thursday, March 11, 2010 05:53
7719 XTHAI XECON XCORP XCOMMER XFINSV XTRANS DAS V%PAPERL P%ASMD
ASTVผู้จัดการรายวัน -สศก.พร้อมเดินหน้าตามยุทธศาสตร์สินค้าเกษตร 4 รายการ มั่นใจปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สับปะรด และถั่วเหลือง อนาคตสดใสทุกตัว
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรรวมทั้งหมด 21 ยุทธศาสตร์ 26 รายสินค้า ซึ่งทั้ง 21 ยุทธศาสตร์นั้น ในส่วนของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรรับผิดชอบอยู่ด้วยกัน4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สับปะรดและถั่วเหลือง โดยขณะนี้ยุทธศาสตร์ปาล์มน้ำมันได้ผ่านคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว สามารถดำเนินการตามยุทธศาสตร์ได้ทันที โดยมีแผนเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ในส่วนของพื้นที่ปลูกเดิมจะส่งเสริมให้ปลูกใหม่ทดแทนต้นที่หมดอายุ นอกจากนี้ จะต้องให้ความรู้เกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมไปถึงหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อจูงใจ เป็นต้น
ส่วนยุทธศาสตร์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายระดับกระทรวง ซึ่งยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้จะไม่มุ่งเน้นการขยายพื้นที่ปลูก เพราะจะทำให้เกิดการบุกรุกป่าเพิ่มขึ้น จึงจะเน้นเรื่องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้ข้าวโพดพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตสูงแทน และจะมุ่งให้เกิดการผลิตเพื่อส่งออกมากขึ้น เพราะแต่เดิมเราส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก แต่ในระยะหลังมีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในประเทศมากขึ้นจึงลดการส่งออก ดังนั้น จำเป็นต้องสร้างความสมดุลให้มีปริมาณการส่งออกและใช้ในประเทศเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาผู้ผลิตรายใหญ่ได้นำผลผลิตไปทำเอทานอลยิ่งส่งผลให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงขึ้น นับเป็นโอกาสของเกษตรกรไทยที่จะเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรองรับความต้องการที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
สำหรับยุทธศาสตร์สับปะรด กำลังรอเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ โดยในภาพรวมมองว่าสับปะรดเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มราคาดีต่อเนื่อง เพราะไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งโดยเฉพาะสับปะรดกระป๋องและน้ำสับปะรดสร้างรายได้เข้าประเทศปีละ 20,000-30,000 ล้านบาท แต่เพื่อสร้างความเสถียรภาพด้านราคาอาจจะต้องให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร ในลักษณะทำคอนแทร็กฟาร์มมิ่ง หรือประกันราคา เพื่อให้เกษตรกรไม่ต้องแย่งกันขายผลผลิตเป็นการตัดราคากันเอง
ในส่วนของยุทธศาสตร์ถั่วเหลืองนั้น อยู่ในขั้นตอนทบทวนแผนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเนื่องจากจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองลดลงอย่างมากจึงจำเป็นต้องหาแนวทางที่จะรักษาเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองไม่ให้ลดจำนวนไปกว่านี้ อีกทั้งยังต้องส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกถั่วเหลืองเพิ่มมากขึ้น เพราะขณะนี้ผลผลิตมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดที่มีไม่ต่ำกว่าปีละ 2 ล้านตัน--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน |