ค้นหา
หน้าแรก ราคาพืชผล เตือนภัย ดินและน้ำ ผลิตภัณฑ์ ท่องเที่ยว ภูมิปัญญา องค์ความรู้ กฎหมาย เกษตรคุ้มทุน เว็บบอร์ด เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
 
  บทวิเคราะห์ ไทยพร้อมเกาะขบวน AKFTA เตือนสิ่งทอ-ยาง-พลาสติกปรับตัว
ไทยพร้อมเกาะขบวน AKFTA เตือนสิ่งทอ-ยาง-พลาสติกปรับตัว   [วันที่ 28 ส.ค. 2551 ]

ไทยพร้อมเกาะขบวน AKFTA เตือนสิ่งทอ-ยาง-พลาสติกปรับตัว
Source - เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (Th)

Thursday, August 28, 2008  04:23
21903 XTHAI XINTER INTL V%NETNEWS P%WPTK

          แม้สมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ จะได้ลงนามและบางแห่งได้ให้สัตยาบันในความตกลงเปิดเสรีทางการค้าสินค้าและบริการ รวมถึงได้ใช้ประโยชน์ด้านภาษีตาม กรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี (AKFTA) ไปก่อนหน้าประเทศไทยแล้ว

          แต่ในเร็วๆ นี้ ไทยกำลังจะก้าวขึ้นขบวนการค้าเสรีในกรอบนี้ด้วย

          โดยสถานะล่าสุด ฝ่ายไทยและเกาหลีใต้ได้บรรลุความตกลงเรื่องการเปิดตลาดการค้าสินค้าและบริการเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่รอมติจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ลงนามในข้อตกลง      และนำผลการเจรจาทั้งหมดเปิดเผย       ต่อสาธารณชน จัดรับฟังความคิดเห็น    ตามบทบัญญัติใน ม.190 ของรัฐธรรมนูญ 2550 และนำเข้าสู่การพิจารณาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาให้แสดงเจตนาผูกพันแล้วจึงมีผลบังคับใช้ ซึ่งครอบคลุมถึงการค้าสินค้าและบริการ

          ในงานสัมมนาเวทีสาธารณะความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี : เสียงจากประชาชน ซึ่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมอบหมายให้สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) กระทรวงการคลัง ในฐานะที่ปรึกษาจัดทำโครงการสัมมนาเวทีสาธารณะและสร้าง public awareness

          ดร.คณิต แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง และ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาในการทำข้อตกลงเปิดเสรีทาง การค้าทั้งอาเซียน-เกาหลีและเอฟทีเอใน กรอบอื่นๆ อยู่ที่ประการแรก คือ ต้องมีกระบวนการภายในประเทศที่เปิดให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน มีการเปิดเผยข้อมูลระหว่างกัน และสอง คือ การตั้งแผนรองรับผลกระทบ

          "โดยปัจจุบันมี 3 หน่วยงานที่ดูแลอยู่ คือ กองทุนรองรับผลกระทบ โดยกระทรวงพาณิชย์ กองทุนปรับโครงสร้างการเกษตร โดยกระทรวงเกษตรฯและกองทุนปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม โดยกระทรวงอุตสาหกรรม"

          สอดรับกับความคิดเห็นจากตัวแทน ภาคธุรกิจ นายวีรชัย วงศ์บุญสิน กรรมการบริหารสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งระบุว่า ผู้ได้รับผลกระทบและผลประโยชน์ทั้งภาคธุรกิจเอกชนและประชาสังคมต้องมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการเปลี่ยนแปลงจากข้อตกลงที่เกิดขึ้น ซึ่งในขณะนี้ยังนับว่าการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้     ยากอยู่ ขณะเดียวกันการทำเอฟทีเอต่างๆ ยังขาดแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์จริง

          "โดยในอนาคตนอกจากดูแลเรื่องการรองรับจากผลกระทบของเอฟทีเอแล้ว อาจจำเป็นต้องมีหน่วยงานระดับกรมตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ สำหรับทำหน้าที่แนะนำการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอด้วย" นายวีรชัยกล่าว

          ทั้งนี้ จากรายงานการศึกษาผลกระทบต่อประเทศไทยจากการทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี โดย สวค. ระบุว่า สาขาที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการ ทำ AKFTA ในแง่บวก ได้แก่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่ในแง่ลบ ได้แก่ เคมีภัณฑ์ ยาง พลาสติกและสิ่งทอ

          กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ ยางและพลาสติก จะได้รับผลกระทบจาก AKFTA โดยจากการวิเคราะห์เชิงปริมาณด้านแบบจำลองการค้าระหว่างประเทศ (GTAP) คาดว่า อุตสาหกรรมสาขานี้จะขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากปี 2549 เนื่องจากจะมีการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้ในไทยมากขึ้น 0.6% หลังข้อตกลงมีผลบังคับใช้ ขณะที่ผลผลิต ก็คาดว่าจะหดตัวประมาณ 0.4%

          โดยภายหลังการบังคับใช้ AKFTA       คาดว่า ผู้ส่งออกสินค้ากลุ่มนี้จะหันมาใช้ประโยชน์จาก AKFTA มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สิทธิประโยชน์ในกรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) เนื่องจากไทยลดอัตราภาษีสินค้ากลุ่มนี้ภายใต้กรอบ AKFTA มากกว่า AFTA โดยมีสินค้าหมวดพลาสติกได้รับผลกระทบมากกว่าอีก 2 รายการ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีดุลการค้าสุทธิระหว่างไทยต่ออาเซียนและเกาหลี    เป็นลบอยู่แล้ว

          ในรายงานการศึกษาจึงเสนอให้สร้างมาตรการรองรับผลกระทบสินค้าพลาสติก เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้ผลิตสินค้าพลาสติกสามารถปรับตัวสู้การแข่งขันในระยะสั้นได้ ในระยะเวลาก่อนลดภาษี     เป็นศูนย์ในปี 2555

          ด้านสิ่งทอ จากการศึกษาคาดว่าจะมี  การขาดดุลการค้าในกลุ่มสินค้าสิ่งทอเพิ่มขึ้น 74 ล้านดอลลาร์จากปี 2549 เนื่องจากการนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น 4.4% หลังความตกลงมีผลบังคับใช้ ขณะเดียวกันการผลิตก็     คาดว่าจะหดตัวลง 1% อีกทั้งช่วงปี 2554-2560 ไทยจะลดระดับอัตราภาษีสิ่งทอ    ภายใต้กรอบ AKFTA มากกว่าที่ผูกพันไว้ใน AFTA จึงเป็นช่องทางให้ผู้ส่งออกสิ่งทอจากเกาหลีและอาเซียนใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกรอบ AKFTA มากกว่า

          แต่อย่างไรก็ตาม ผลจากการวิเคราะห์ GTAP สรุปว่า การเปิดเสรีภายใต้ AKFTA อาจก่อให้เกิดการนำเข้าสิ่งทอจากอาเซียนและเกาหลีเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อพิจารณาระดับอัตราภาษีเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของสินค้ากลุ่มนี้ที่ไทยผูกพันภายใต้ AKFTA เทียบกับ AFTA พบว่า ไทยเก็บภาษีนำเข้าสิ่งทอ    ภายใต้ความตกลงทั้งสองในระดับต่ำ     อยู่แล้ว

          ขณะที่สัดส่วนสิ่งทอเกาหลีในตลาดไทยและสัดส่วนความสำคัญของสิ่งทอในฐานะเป็นสินค้าส่งออกของเกาหลีลดลงอย่าง    ต่อเนื่อง ซึ่งอาจสรุปได้ว่า โอกาสที่สิ่งทอจากเกาหลีจะเข้ามาตีตลาดสิ่งทอไทยยังอยู่ในระดับต่ำ

          ด้วยเหตุนี้น่าจะเป็นจังหวะที่ดีที่ไทยมีมาตรการเร่งการใช้ประโยชน์จาก AKFTA แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เช่น ส่งเสริมการลงทุนในสิ่งทอที่ใช้เทคโนโลยีสูงเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มสิ่งทอที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม การลงทุนด้านการออกแบบ  การส่งเสริมการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน การให้เงินอุดหนุนจัดทำฐานข้อมูลอุตสาหกรรม หรือการคิดค้นนวัตกรรม การออกแบบสิ่งทอ เป็นต้น

          หน้า 11--จบ--

 

          --ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 28 - 31 ส.ค. 2551--

 

          ที่มา: http://www.matichon.co.th/prachachart


  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 469 ถ.นครสวรรค์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
คุณเข้ามาเป็นคนที่ 1602066 นับตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2551